ผู้เขียน: pavayakoti

10 เมนูสาหร่าย ไม่อ้วน สายคลีนต้องลอง!

10 เมนูสาหร่าย ไม่อ้วน สายคลีนต้องลอง!

มาลดความอ้วน​ด้วยเมนูสาหร่ายหลากสไตล์ เหมาะสำ…

เทคนิคกินเจไม่อ้วน ได้สุขภาพ

เทคนิคกินเจไม่อ้วน ได้สุขภาพ

ในเดือนหน้าที่กำลังใกล้เข้ามา มีเทศกาลกินเจ ท…

ของกินเล่น แก้หิว แถมไม่อ้วน

ของกินเล่น แก้หิว แถมไม่อ้วน

สาวๆที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก แต่ยังติดกินจุบจิบอยู่ น้ำหนักเลยไม่ลดสักที ลองหันมากินของดีๆ แคลอรี่ต่ำ และอยู่ท้อง กันดีกว่า การทานอาหารว่างระหว่างมื้ออาหารจะช่วยลดความหิวของคุณได้ หากคุณอดทนเก็บความหิวระหว่างมื้ออาหารไว้ เมื่อถึงเวลาทานอาหารมื้อถัดไปคุณจะไม่สามารถควบคุมความอยากอาหารได้ จึงทำให้คุณยิ่งทานอาหารมื้อหนักเยอะกว่าเดิม ดังนั้นอาหารว่างจะช่วยทำให้คุณอิ่มท้องและได้รับสารอาหารครบถ้วน วันนี้เราจึงได้รวมเอา ของกินเล่น แก้หิวไม่อ้วน มาฝากสาวๆกัน

อัลมอนด์

1. Almonds อัลมอนด์ 

ผลการศึกษาจากต่างประเทศพบว่าคนที่เคี้ยวอัลมอนด์อย่างละเอียด (ไม่เกิน 40 ชิ้น) จะรู้สึกอิ่มนานกว่าคนที่เคี้ยวถั่วในจำนวนเท่ากัน นอกจากนี้อัลมอนด์ยังช่วยเติมเส้นใยโปรตีนและไขมันที่มีประโยชน์อีกด้วย

ประโยชน์ของ อัลมอนด์

  1. ให้พลังงานสูง ไขมันดี ทานแล้วไม่อ้วน อัลมอนด์ 1 เม็ด ให้พลังงาน 7 แคลอรี่
  2. ในบรรดาถั่วเปลือกแข็งทั้งหลาย อัลมอนด์มีสารอาหารมากที่สุด โดยเฉพาะโปรตีน จึงช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ถ้าเทียบตามน้ำหนักแล้วอัลมอนด์ให้โปรตีนสูงถึง 21.15%
  3. บำรุงประสาท บำรุงสมอง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ในอัลมอนด์มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนอย่างโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ในปริมาณสูง
  4. ช่วยเพิ่มเมตาโบลิซึม วิตามิน B6 ช่วยเพิ่มเมตาโบลิซึมในการเผาผาญโปรตีน ที่จะนำไปซ่อมแซมเซลล์สมอง วิตามิน B6 ยังช่วยเพิ่มขบวนการสร้างสารสื่อประสาท ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคพาร์กินสัน
  5. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด โดยเฉพาะกรดไขมันไม่อิ่มตัวโอเมก้า 6 ที่มีความสำคัญในการลดการอุดตันของเส้นเลือด การรับประทานอัลมอนด์เป็นประจำจะช่วยเพิ่มระดับ HDL ซึ่งเป็นไขมันดี และลดระดับไขมันเลวหรือ LDL มีงานวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่า หากรับประทานอัลมอนด์เพียงวันละ 2 หยิบมือจะช่วยลดระดับ LDL ได้ถึง 9.4%การรับประทานอัลมอนด์เป็นประจำจะช่วยในเรื่องโรคหัวใจโดยตรง เมื่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดน้อย เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจก็จะทำงานได้ดี กรดโฟลิกในอัลมอนด์ยังช่วยในการสลายไขมันที่เกาะอยู่ตามหลอดเลือด ช่วยลดการอักเสบของผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดมีความยีดหยุ่นดีขึ้น มีรายงานการวิจัยว่าการรับประทานอัลมอนด์สัปดาห์ละ 5 ครั้ง จะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจวายได้มากถึง 50 %
  6. ป้องกันโรคเบาหวาน เพราะจะไปช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
  7. อัลมอนด์มีโพแทสเซี่ยมสูง ซึ่งนั่นจะเป็นตัวช่วยลดปริมาณโซเดี่ยมในร่างกายและช่วยลดความดันเลือด ลดความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง
  8. มีประโยชน์สำหรับผู้ชายสูงอายุ เพราะโพแทสเซี่ยมที่พบในปริมาณที่มาก จะไปทำงานร่วมกับสารตัวอื่นๆในอัลมอนด์ เพื่อช่วยรักษาระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterrone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศที่สำคัญที่สุดของผู้ชาย
  9. ช่วยลดการเกิดโรคกระดูกพรุน ทำให้ฟันแข็งแรง เพราะอัลมอนด์มีแคลเชี่ยมและแมกนีเซี่ยมอยู่ในปริมาณที่สูง
  10. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามิน B วิตามิน E และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่พบในเมล็ดอัลมอนด์แช่น้ำ และอัลมอนด์ยังมีไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่ต่ำอีกด้วย
  11. ช่วยเรื่องผิวพรรณ บำรุงผม และเล็บ เพราะอัลมอนด์มีแร่ธาติ ไขมันและวิตามินอีสูง
  12. เหมาะสำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์เพราะมีโฟเลตและสารที่ช่วยการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และช่วยลดอัตราการเกิดภาวะผิดปรกติของทารกในครรภ์
  13. เส้นใยอาหารในอัลมอนด์ ช่วยให้ระบบลำไส้ทำงานเป็นปรกติ จึงช่วยป้องกันโรคท้องผูก และลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้
  14. ธาตุสังกะสี และแร่ธาตุต่างๆจะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุมกัน และช่วยป้องกันสมองจากสารอนุลมูลอิสระ
  15. กรดไขมันในโอเมก้า 3 จะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของปลายประสาทในสมองที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อสัญญานข้อมูลภายในเซลล์สมอง ทำให้เซลล์สมองทำงานได้ดีขึ้น ยังช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายจากความตึงเครียด
  16. ช่วยในการลดน้ำหนัก เมื่อทานอัลมอนด์เป็นอาหารว่างแทนขนมหวาน หรือของกินจุกจิก เพราะอัลมอนด์จะมีใยอาหารที่อุ้มน้ำได้เยอะ ทำให้รู้สึกอิ่ม เวลาที่ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนก็จะทำให้ไม่ค่อยหิว
  17. มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะสาร Alpha-tocopherol ที่พบในวิตามิน E เท่านั้น จึงช่วยชลอการเกิดริ้วรอย ทำให้แก่ช้า อัลมอนด์ 30 กรัม ประมาณ 1 กำมือ ให้วิตามิน E ในปริมาณ 65% ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน
  18. ข้อมูลจาก Nurses’ Health Study รายงานว่าผู้หญิงกว่า 80,000 คน ที่รับประทานอัลมอนด์เป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ออนซ์ สามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคนิ่วได้มากถึง 25% นอกจากนี้แล้วมีรายงานว่าผู้ที่ทานวิตามิน E หรืออัลมอนด์เป็นประจำ จะลดอัตราการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ถึง 50%
  19. นมอัลมอนด์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่แพ้โปรตีนในน้ำนมวัว และเป็นทางเลือกสำหรับผู้ชายที่ไม่ต้องการดื่มน้ำนมถั่วเหลืองที่มี ไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ที่ออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน จนทำให้การผลิตอสุจิน้อยลง ทำให้มีลูกยาก
องุ่น

2. Grapes องุ่น 

หากคุณมองหาผลไม้ทานเล่น องุ่นจัดว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียในของว่างสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก 

ประโยชน์ของ องุ่น 

  1. อยากมีผิวสวยให้เลือกองุ่นแดง มาเริ่มกันที่องุ่นแดงค่ะ สาวๆ อยากจะมีผิวสวยๆ ก็ต้องหมั่นรับประทานองุ่นสีแดงนะคะ เพราะองุ่นสีแดงมีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง และยังมีสารแอนโธไซยานินที่ช่วยให้ระบบการทำงานของประสาทดีขึ้น! เมื่อระบบประสาทดีขึ้น การไหลเวียนของเลือดในร่างกายก็จะมีประสิทธิภาพตามไปด้วยค่ะ ส่งผลให้ผิวพรรณดีขึ้น ไม่เท่านั้นยังบำรุงสายตาอีกด้วยนะคะเนี่ย ป้องกันเนื้องอก ลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ประโยชน์ดี๊ดีและยังแก้โรคเหน็บชาได้อีกด้วย 
  2. กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักให้เลือกองุ่นดำ สถาบันการแพทย์ Mayo Clinic แนะนำว่าถ้าต้องการลดน้ำหนักให้านองุ่นดำวันละครั้ง เพราะในองุ่นดำมีไฟเบอร์สูงมากๆ ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ง่าย ทำให้เรารู้สึกอิ่มและยังให้แคลอรี่ที่ต่ำอีกด้วย ทำให้เหมาะสุดๆ ที่จะเป็นผลไม้ยามบ่ายหรือยามท้องว่างของสาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก นอกจากนั้นในองุ่นดำยังมีวิตามินบี วิตามินซี แคลเซียม และใยอาหารสูง
  3. รักษาโรคด้วยองุ่นเขียว ในองุ่นสีเขียวมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น คาเตชิน (Catechin) และเทอร์ซอทิลบีน (Ptersotilbene) ค่ะ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต้านโรคได้หลายชนิดมาก!!! ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคของระบบประสาท โรคอัลไซเมอร์ ลูคีเมีย และโรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้หายหวัดได้ด้วยนะคะ
ช็อคโกแลต

3. Chocolate ช็อคโกแลต 

หลายคนอาจมองว่าช็อคโกแลตเป็นขนมทานเล่นที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่  “ดาร์คช็อคโกแลต” ในปริมาณที่พอเหมาะ (3-4ชิ้นเล็ก/วัน) จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น ลดคอเรสเตอรอล แถมยังช่วยให้คุณอารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ของ ช็อคโกแลต 

  1. สารฟีนอลในช็อกโกแลตมีประโยชน์ต่อสุขภาพของหัวใจ ช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น และช่วยป้องกันการอุดตันของลิ่มเลือด
  2. ช่วยให้การทำงานของเยื่อบุผิวดีขึ้น
  3. มีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งคาร์โบไฮเดรตไขมัน วิตามินเอ ดี เค และธาตุเหล็ก
  4. คาเฟอีนในช็อกโกแลตช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
  5. กระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินช่วยให้อารมณ์ดี ไม่หงุดหงิดและลดความเครียดลงได้
ป๊อบคอร์น

4. Popcorn ป๊อบคอร์น 

หากวันไหนอยากกินขนมขบเคี้ยว ป๊อบคอร์นถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับสาวๆรักสุขภาพ เพราะป๊อบคอร์นมีเส้นใยสูงมีไขมันต่ำและให้โปรตีนบางชนิด นอกจากนี้คุณยังสามารถทำได้เองง่ายๆ เพียงซื้อเมล็ดข้าวโพดจากซุปเปอร์มาร์เกต เทน้ำมันมะกอกเล็กน้อยบนกระทะ ใส่เมล็ดข้าวโพดแล้วปิดฝา รอให้ป๊อบหมดตักขึ้นแล้วใส่เกลือเล็กน้อย แค่นี้คุณก็จะได้ป๊อบคอร์นแคลอรี่ต่ำไว้ทานเล่นแล้วละค่ะ

ประโยชน์ของ ป๊อบคอร์น 

  1. ปรับปรุงการย่อยอาหาร ข้าวโพดคั่วหรือป๊อปคอร์น เป็นธัญพืช ซึ่งธัญพืชจากธรรมชาติ มีเส้นใยอาหาร เช่นเดียวกับธัญพืชอื่นๆ ในแง่ของการย่อยอาหาร ป๊อปคอร์นช่วยย่อยได้ดี ไฟเบอร์จะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลำไส้เรียบ และกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย และทำให้อาการท้องผูกลดลง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ระบบการย่อยอาหารจะแข็งแรงมากขึ้น
  2. ลดระดับคอเลสเตอรอล ไฟเบอร์หรือใยอาหาร สามารถตัดคอเลสเตอรอลส่วนเกินออกจากผนังหลอดเลือด และหลอดเลือดแดง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลโดยรวม ลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมอง อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดในระบบหัวใจด้วย
  3. อุดุมด้วยโพลีฟีนอล โพลีฟีนอลเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในพืซ อนุมูลอิสระสร้างความเสียหายให้ร่างกายได้พอๆ กับโรคมะเร็ง ใครจะไปรู้ว่าในป๊อปคอร์นมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยดูแลเรื่องต่างๆ เช่น ริ้วรอย จอประสาทตา กล้ามเนื้อ ปัญญา กระดูก หรือสิ่งต่างๆ ที่เริ่มบ่งบอกถึงอายุที่มากขึ้น
  4. ควบคุมน้ำตาลในเลือด อีกบทบาทหนึ่งของไฟเบอร์ คือ มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดภายในร่างกาย เมื่อร่างกายมีปริมาณไฟเบอร์ที่มากพอ จะช่วยควบคุมการปล่อยและการจัดการระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินได้ดีกว่าคนที่ได้รับไฟเบอร์ต่ำ
โยเกิร์ต

5. Yogurt โยเกิร์ต 

เติมช่องว่างทางโภชนาการด้วยโยเกิร์ตผลไม้ ที่จะช่วยให้แคลเซียมและเส้นใย รวมทั้งโปรไบโอติกที่เป็นโปรตีนอีกด้วย

ประโยชน์ของ โยเกิร์ต

  1. เหมาะแก่ผู้แพ้แลคโตส หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า โยเกิร์ตสามารถถูกย่อยในระบบทางเดินอาหารได้ง่ายกว่านม เนื่องจากในโยเกิร์ตอุดมไปด้วยแบคทีเรียชนิดดีที่จะช่วยให้แลคโตสในโยเกิร์ตถูกดูดซึมสู่ร่างกายได้ดีขึ้น การทานโยเกิร์ตจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้แลคโตสในนมวัว
  2. ช่วยในการย่อยอาหาร หากคุณกำลังประสบกับปัญหาการย่อยอาหาร แก้ท้องอืด การทานโยเกิร์ตเป็นของหวานหรือนำมาเป็นส่วนหนึ่งของอาหารมื้อหลักอาจช่วยคุณได้ เนื่องจากโยเกิร์ตจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ดังนั้นคุณควรทานโยเกิร์ตวันละหนึ่งถ้วยและพยายามเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรหวานน้อยและเป็นรสดั้งเดิมซึ่งจะดีต่อสุขภาพมากกว่า
  3. ควบคุมน้ำหนัก หลายคนที่กำลังอยู่ในช่วงไดเอท อาจไม่สามารถลดน้ำหนักตามเป้าหมายที่คิดไว้ได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทั้งนี้การทานโยเกิร์ตอาจสามารถช่วยคุณได้ เนื่องจากแบคทีเรียชนิดดีในโยเกิร์ตสามารถช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารและเร่งให้กระบวนการเผาผลาญทำงานเร็วขึ้น จึงมีส่วนช่วยให้คุณสามารถควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น
  4. ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่เจ็บป่วยง่าย การทานโยเกิร์ตเป็นประจำอาจเป็นตัวช่วยที่ดี เนื่องจากในโยเกิร์ตมีสารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย อย่างไรก็ตาม มีผลการศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้ที่ทานโยเกิร์ตเป็นประจำทุกวันมักมีร่างกายที่แข็งแรงและมีแนวโน้มที่จะป่วยน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ทานโยเกิร์ตทุกวัน
  5. ดีต่อลำไส้ การทานโยเกิร์ตสามารถช่วยบรรเทาอาการและเยียวยาลำไส้ที่กำลังติดเชื้อหรือมีปัญหาได้ อีกทั้งยังทำให้ลำไส้ฟื้นตัวได้เร็วและทำงานได้ดีกว่าเดิม จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโยเกิร์ตถึงถูกจัดให้เป็นอาหารที่สามารถต่อสู้กับอาการท้องเสียหรือการติดเชื้อบริเวณลำไส้ได้
  6. บรรเทาอาการของโรคเชื้อราในช่องคลอด สาว ๆ หลายคนอาจเคยประสบกับโรคเชื้อราในช่องคลอด ซึ่งสาเหตุมักเกิดจากการดูแลความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นไม่ดีพอ อย่างไรก็ดีการทานโยเกิร์ตสามารถช่วยจัดการกับปัญหานี้ได้ เนื่องจากโยเกิร์ตอุดมไปด้วยแบคทีเรียชนิดดีที่จะไปต่อสู้กับเชื้อราตัวร้าย นอกจากจะรักษาโรคดังกล่าวด้วยวิธีการทานแล้ว ก็อาจใช้โยเกิร์ตทาบนผ้าอนามัยชนิดสอดจากนั้นก็ใส่เข้าไปในช่องคลอดประมาณ 2-3 ชั่วโมงแล้วจึงดึงออกมา
  7. อุดมไปด้วยแคลเซียม นอกจากนมจะเป็นอาหารที่เราทราบกันดีว่าเป็นแหล่งของ แคลเซียมชั้นยอดแล้ว โยเกิร์ตก็เป็นอีกหนึ่งในอาหารที่มีแคลเซียมสูงไม่แพ้กัน โดยที่แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่จะช่วยให้คุณมีกระดูกที่แข็งแรงและลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้น
  8. ป้องกันการเกิดความดันโลหิตสูง คุณทราบหรือไม่ว่า การทานโยเกิร์ตสามารถช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากโยเกิร์ตจะช่วยกำจัดโซเดียมส่วนเกินในร่างกาย ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลงไปด้วย ดังนั้นโยเกิร์ตจึงเป็นอีกหนึ่งอาหารทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  9. ลดคอเลสเตอรอล หากคุณชื่นชอบการทานอาหารที่มีไขมันสูงอย่างพวกของทอดทั้งหลายหรือแม้แต่บรรดาขนมหวาน คุณกำลังมีแนวโน้มที่จะมีระดับคอเลสเตอรอลที่สูง ทั้งนี้การทานโยเกิร์ตอาจช่วยคุณได้ เนื่องจากมีการค้นพบว่าแบคทีเรียชนิดดีในโยเกิร์ตสามารถช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลได้
  10. ดีต่อฟันและเหงือก หลายคนอาจประหลาดใจว่าการทานโยเกิร์ตจะดีต่อสุขภาพฟันได้อย่างไร ทั้งนี้โยเกิร์ตมีสรรพคุณช่วยในการป้องกันฟันผุได้ เนื่องจากมีกรดแลคติค (Lactic) ที่ช่วยปกป้องปากของคุณจากแบคทีเรียตัวร้าย นอกจากนี้กรดดังกล่าวยังดีต่อสุขภาพเหงือกอีกด้วย

และนี่ก็เป็น ของกินเล่น มากประโยชน์ กินแล้วไม่อ้วน แถมหาได้ง่ายตามท้องตลาดด้วย

รีวิวเกมสล็อตมาใหม่ FELINE FURY Play’n GO นำเสนอการผจญภัยของสล็อตวิดีโอในสัดส่วนที่ยิ่งใหญ่ซึ่งมีการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ความบาดหมาง ในยุคกลางการล้อมขนาดใหญ่และแมว! Feline Fury แสดงให้เห็นถึงมหากาพย์ขนยาว

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : คอมพิวเตอร์สำคัญต่อวัยทำงานอย่างไร

บอกลาหุ่นย้วยๆ ภายใน 3 เดือน

บอกลาหุ่นย้วยๆ ภายใน 3 เดือน

ส่องกระจกทีไร ต้องหงุดหงิดกับหุ่นตัวเองทุกที …

10 สูตรเมนูไข่ขาว เสริมโปรตีนให้กล้ามเนื้อ

10 สูตรเมนูไข่ขาว เสริมโปรตีนให้กล้ามเนื้อ

หนุ่มๆสาวๆที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ หรือต้องการสร…

10 ธัญพืช สำหรับคนที่จะลดน้ำหนักต้องรู้จักไว้

10 ธัญพืช สำหรับคนที่จะลดน้ำหนักต้องรู้จักไว้

ใครที่กำลังพยายามจะลดน้ำหนัก แต่ยังคงชอบกินพวกแป้ง หรือข้าวอยู่ ต้องอ่านบทความนี้ 10 ธัญพืช สำหรับคนที่จะลดน้ำหนักต้องรู้จักไว้ หากเราไม่สามารถหยุดกินได้ อาจจะเนื่องจากระหว่างวันเราจำเป็นต้องใช้พลังงาน หรือเป็นคนที่หิวบ่อย ก็ต้องเลือกทานของดีๆ มีประโยชน์ต่อร่างกาย วันนี้เราจึงได้นำ 10 ธัญพืช ทานง่าย อิ่มท้อง แถมยังช่วยให้ผิวพรรณดีอีกด้วย สำหรับคนท่คิดจะลดน้ำหนักแต่หยุดกินไม่ได้ มาฝากกันค่ะ

1. ข้าวสาลี (Bead Wheat)

ข้าวสาลี (Bead Wheat)

 ข้าวสาลี เป็นพืชที่มีสารอาหารสำคัญมากมาย แต่ปัจจุบันไม่นิยมกินข้าวสาลีเป็นเมล็ดกันแล้ว ส่วนใหญ่จะนำไปแปรรูปเป็นแป้งสาลีแทน ในเมล็ดข้าวสาลีจะมีโปรตีนสูง แต่ไม่ได้ทำให้อ้วน มีวิตามินบี 1 และ 2 มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด แถมยังมีไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ป้องกันท้องผูก แถมผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของข้าวสาลีก็หาซื้อง่ายแสนง่าย กินแล้วทำให้ไม่อ้วนด้วยนะคะ

2. ข้าวบาร์เลย์ (barley)

ข้าวบาร์เลย์ (barley)

เมล็ดข้าวบาร์เลย์ใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวเมล็ดกลม เล็กๆ เรียกว่า peal barley ที่นิยมนำมาหุงหรือต้มรับประทานแทนข้าวสวยได้ รวมถึงใช้เป็นส่วนผสมของขนมหวานหรือใช้ใส่ในน้ำเต้าหู้  ข้าวบาเลย์มีลักษณะคล้ายๆ ลูกเดือยแต่ขนาดจะเล็กกว่ามีรสชาติและกลิ่นที่โดดเด่น นิยมนำมาใส่ในเครื่องดื่ม หรือใช้หุงแทนข้าวสวย ในข้าวบาร์เลย์มีสารอาหารมากมาย เช่น แมงกานีส เส้นใย ทองแดง วิตามินบี 1 บี 3 และมีเบต้ากูแคน เป็นตัวที่ช่วยชะลอและลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่กระแสเลือด นอกจากนั้นข้าวบาร์เลย์ยังช่วยทำให้อิ่มไว เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการจะลดน้ำหนักเลยละค่ะ

3. วอลนัท (Walnuts)

วอลนัท (Walnuts)

วอลนัท (Walnuts) วอลนัทจัดเป็นนัทที่รู้จักกันแพร่หลายและเป็นที่ต้องการของจลาดมากมี 4 ชนิด คือ Persian (หรือ English walnut) Black walnut (หรือ American walnut) Japanese walnut และ Butternut (หรือ American white walnut) สำหรับชนิดที่แพร่หลาย คือ Persian walnut

วอลนัท หนึ่งในพืชตระกูลถั่วที่มีโปรตีนสูงและยังมีไขมันที่เป็นมิตรกับร่างกาย เหมาะสำหรับสาวๆ ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก และนอกจากจะเป็นของทานเล่นแล้ว วอลนัทยังสามารถลดคอเลสเตอรอลได้ด้วย จากการวิจัยของ Yale University Prevention Research Center ก็ได้เผยข้อมูลการทดลองมาว่า กลุ่มอาสาสมัครที่รับประทานวอลนัทจำนวน 2 ออนซ์ หรือประมาณ 56 กรัม เป็นประจำทุกวันในระยะเวลานาน 6 เดือน จะมีระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายลดลง จึงการันตีได้ว่าวอลนัทสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ และจะดีมากถ้ารับประทานวอลนัท 1 กำมือต่อวัน ควบคู่กับการออกกำลังกาย เท่านี้สาวๆ ก็จะห่างไกลจากการมีคอเลสเตอรอสสูงเกินความจำเป็นแล้วละค่ะ

4. ข้าวโอ๊ต (Oat)

ข้าวโอ๊ต (Oat)

ข้าวโอ๊ตเป็นธัญพืชที่มีโปรตีนสูงที่สุดและมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ฝรั่งหรือชาวตะวันตกยังคงกินข้าวโอ๊ตอย่างสม่ำเสมอมาเนิ่นนานนับพันปี ข้าวโอ๊ตเป็นธัญพืชที่รู้จักกันดีในหมู่คนรักสุขภาพ นิยมนำมาปรุงอาหารทั้งคาวและหวาน ซึ่งอุดมไปด้วยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำที่ช่วยให้ร่างกายยับยั้งการดูดซึม คอลเลสเตอรอลชนิด LDL ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหัวใจ เพียงแค่ทานข้าวโอ๊ต 1 ถ้วยครึ่งก็จะมีไฟเบอร์มากกว่า 5 กรัม ซึ่งเพียงพอที่จะลดคอเลสเตอรอลได้แล้วละค่ะ

5. เมล็ดฟักทอง (Pumpkin seeds)

เมล็ดฟักทอง (Pumpkin seeds)

นอกจากเนื้อฟักทองจะเป็นของอร่อยที่มีประโยชน์แล้ว เมล็ดฟักทองก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน เพราะในเมล็ดฟักทองมีสารอาหาร วิตามิน A โปรตีน สังกะสี แคลเซียมละใยอาหาร การทานเมล็ดฟักทองจะช่วยขับไขมันในเลือดได้ เพราะในเมล็ดฟักทองจะมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว จะทำให้ลดโอกาสการเกิดเป็นไขมันอุดตันเส้นเลือด สาวๆ คนไหนที่มองหาของกินเล่นระหว่างวัน แนะนำเมล็ดฟักทองเลยค่ะ

6. ข้าวโพด (Corn)

ข้าวโพดเป็นพืชที่ให้คาร์โบไฮเดตสูงมาก เพียงแค่เราทานข้าวโพด 1 ฝัก ก็เท่ากับเราทานข้าวไป 1 จานแล้ว ข้าวโพดยังมีสารอาหารมากมาย เช่น ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม สังกะสี เหล็ก และไฟเบอร์ ซึ่งไฟเบอร์จะมีหน้าที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด ทำให้การทำงานของลำไส้ได้ดีขึ้น แถมยังป้องกันอาการท้องผูก ริดสีดวง และโรคมะเร็งลำไส้ด้วย เรียกได้ว่าทานข้าวโพดวันละฝักก็ทำให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน แถมยังหาซื้อง่ายด้วยนะคะ

7. ลูกเดือย (Adlay millet)

ลูกเดือย (Adlay millet)

ลูกเดือย เป็นธัญพืชที่จัดอยู่ในตระกูลเดียวกับข้าว เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในประเทศไทยถือเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง เพาะปลูกมากแถวภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพืชที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีเส้นใยอาหารสูง มีลักษณะของต้นคล้ายต้นข้าวโพด ลักษณะของเม็ดจะเป็นสีขาว ออกกลม ๆ รี ๆ รสชาติออกมันเล็กน้อย ลูกเดือยมีทั้งที่กินได้และกินไม่ได้ ชนิดที่กินได้นั้นจะมีเปลือกผลอ่อนซึ่งเรียกว่า เดือย สามารถปลูกไว้เพื่อใช้ทำเป็นอาหารและยาได้ด้วยค่ะ

8. เมล็ดทานตะวัน (Sun Flower seed)

เมล็ดทานตะวันทานกันเพลินๆนี่ มีวิตามินอี ช่วยบำรุงดูแลผิวพรรณให้มีสุขภาพดี ผ่องใส มีแมกนีเซียม วิตามิน บี 2 บรรเทาอาการเหน็บชา เสริมสร้างมวลกระดูก เคี้ยวเพลินๆ ช่วยคลายเครียด แถมยังช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ลดไขมันในหลอดเลือด และช่วยบำรุงสายตา ให้กินแต่พอควร ปริมาณที่เหมาะสม หมั่นออกกำลังกาย จะได้สารอาหารต่างๆเป็นประโยชน์แก่ร่างกาย อย่าลืม!!ซื้อเมล็ดทานตะวันอบแห้งติดบ้านไว้ ทานได้ทานดีค่ะ

9. เม็ดแมงลัก (Hairy Basil)

แมงลักเป็นไม้ล้มลุกสกุลเดียวกับกะเพราและโหระพา ต้นและใบมีลักษณะใกล้เคียงกับกระเพรามาก ต่างกันเล็กน้อยตรงที่ใบแมงลักมีขนอ่อนปกคลุม ทั้งใบยังสีเขียวนวลกว่าและกลิ่นหอมฉุนน้อยกว่า ใบแมงลักมีสารอาหารหลายชนิด ในใบแมงลัก 100 กรัม มีวิตามินเอและวิตามินซีสูงกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน รวมทั้งวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก

ส่วนที่นิยมนำมากินคือ ผลแก่แห้ง หรือที่เรียกกันว่า เมล็ดแมงลัก เปลือกเมล็ดมีสารเมือก (Mucilage) เมื่อนำไปแช่น้ำจะพองตัวได้ถึง 45 เท่า ลักษณะเป็นวุ้นใสหุ่มเมล็ดสีดำเล็ก ๆ ไว้ข้างในคล้ายไข่กบ เป็นเส้นใยอาหารชนิดที่ไม่ถูกย่อยในระบบทางเดินอาหาร ช่วยเพิ่มกากอาหารในลำไส้ หล่อลื่นและเพิ่มปริมาณอุจจาระ ทำให้อุจจาระอ่อนตัว สามารถขับถ่ายได้สะดวกขึ้น ลดเวลาที่กากอาหารสะสมในลำไส้ บรระเทาอาการท้องผูก แต่มีข้อควรระวังว่า ต้องแช่น้ำให้เมล็ดพองตัวเต็มที่ก่อน มิเช่นนั้นเมล็ดแมงลักจะดูดน้ำภายในช่องทางเดินอาหารและลำไส้ ทำให้เกิดอาการขาดน้ำหรือลำไส้อุดตัน ก่อให้เกิดอาการท้องผูกยิ่งขึ้น

10. งาดำ (Black Sesame Seeds)

งาดำ (Black Sesame Seeds) เป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ สามารถทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องได้ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และหากทานเป็นประจำร่างกายก็จะแข็งแรงมากกว่าคนที่ไม่ได้ทาน ภายในงาดำเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย เช่น วิตามินบีรวม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก เป็นต้น งาดำยังช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายในทุกส่วน และยังช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยทองได้อีกด้วย แถมยังราคาถูกด้วยนะ

5 เทคนิคทำเงินสล็อตออนไลน์ สล็อตเป็นหนึ่งในเกมส์ออนไลน์ยอดนิยม ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้เล่นเว็บพนันออนไลน์เป็นอย่างดี เกมส์นี้เป็นเกมส์ปั่นภาพลุ้นรางวัล เสน่ห์ของเกมส์สล็อตอยู่ในส่วนของเอฟเฟกเกมส์ ที่ทำออกมาตามธีมเกมส์ได้อย่างสมจริง

อ่านบทความเพิ่มเติม : เกมสล็อตออนไลน์ BATTLE FOR ATLANTIS

5 เมนูควินัว ทำง่ายได้ประโยชน์

5 เมนูควินัว ทำง่ายได้ประโยชน์

เชื่อว่าหลายๆคน คงต้องเคยได้ยินชื่อธัญพืชมากป…

รวมผักกินแล้วผอม แถมได้ประโยชน์เพียบ!

รวมผักกินแล้วผอม แถมได้ประโยชน์เพียบ!

อย่างที่เราถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าต้องกินผัก เ…

ทริคง่ายๆ สำหรับคนเริ่มกินคลีน

ทริคง่ายๆ สำหรับคนเริ่มกินคลีน

สาวๆหลายคน ที่อยากมีสุขภาพที่ดี หันมาสนใจอยากจะกินคลีน แต่ไม่รู้จะต้องเริ่มยังไง วันนี้เราจึงนำ ทริคง่ายๆ สำหรับคนเริ่มกินคลีน มาฝากกันค่ะ ถ้าไม่ค่อยๆปรับตัว อาจจะทำให้การกินคลีน ล้มเอาในเวลาไม่นาน ถ้าอยากทานคลีนให้ได้นานๆ โดยไม่รู้สึกทรมานตัวเอง จำเป็นต้องมีทริค ในการ เริ่มต้นกินคลีน ค่ะ

การตั้งเป้าหมาย ที่ไม่ยากจนเกินไป สำหรับมือใหม่ ที่ไม่เคยทานอาหารคลีนมาเลย มักจะพลาดตั้งแต่แรก เนื่องจาก การตั้งเป้าหมายที่สูง เกินที่ตัวเองจะทำได้ และคาดหวังว่าจะทำได้สำเร็จ ซึ่งก็ตามมาด้วยผลลัพธ์ ที่ไม่ดีนัก เกิดความรู้สึกท้อแท้ไปเสียก่อน ที่จะทำสำเร็จ เช่น การงดของหวาน มันอาจจะสุดโต่งจนเกินความสามารถเรา อาจจะทำให้เราตะบะแตก ได้ง่าย ให้ลองเปลี่ยน เป้าหมายเป็น ลดของหวานแทน แต่ไม่ถึงกับงด จะดูง่ายกว่า และไม่ต้องฝืนใจมาก เมื่อร่างกายของเรา เสพติดน้ำตาล แราก็มีแต่จะต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าอยู่ๆเรา งดของหวาน กะทันหัน มันจะส่งผลกับระดับน้ำตาลในเลือด เป็นเหตุให้เราวูบได้ค่ะ และสุดท้ายเราก็ต้อง กลับมากินของหวาน เช่นเดิมนั้นเอง

อาจจะลอง ลดปริมาณน้ำตาล ในอาหารลง ในแต่ละวัน ของหวาน ในที่นี้ ยังหมายถึง เครื่องปรุงอาหารที่เรากินในแต่ละวัน และที่สำคัญ อย่าลืมเรื่องน้ำตาลแฝงด้วยนะคะ บางทีเราเลี่ยงเครื่องดื่ม น้ำอัดลมแทบตาย สุดท้ายมาตกม้าตาย ที่น้ำผลไม้ ที่เราคิดว่าดีมีประโยชน์ ความหวานจากธรรมชาติไม่ทำร้ายหรอก ความคิดนี้ ผิดมหันต์เลยนะคะ ผลไม้ที่มีรสหวานจัด นี่แหละแหล่งน้ำตาลที่เราต้องเลี่ยงอย่างยิ่ง รวมไปถึง น้ำผลไม้สำเร็จรูปต่างๆ ที่บรรจุขวดด้วยค่ะ ลองสังเกตดู ที่ฉลากดูก่อนตัดสินใจซื้อด้วย

เลือกอาหารที่คุณภาพดีขึ้น ถ้าเราอยากกินเฟรนฟราย ก็ให้เลือกที่เป็นแบบออร์แกนิคที่สุด นำมาหั่น และทอดเอง ด้วยน้ำมันที่มีคุณภาพสูง อาจจะอร่อยไม่สู้ตามร้านอาหารที่เราเคยทาน แต่มันก็ช่วยให้เราหายอยากไปได้บ้างค่ะ การกินคลีนเราต้องมีสติอยู่เสมอว่าอะไรที่กำลังจะเข้าปากเรา เรากำลังจะได้รับสารอาหารที่ดีหรือไม่ การเลือกสรรอาหารจึงทำให้เราไม่ต้องกังวล เรื่องสารเคมี สารพิษ GMO ที่จะเข้ามาสะสมในร่างกายของเรานั้นเอง

ทานอาหาร ให้ครบ 5 หมู่ อย่าเลือกทานแต่ผัก เพราะการทานคลีน ไม่ใช่การกินมังสวีรัส หลายคนอาจจะลืมไปว่า ในแต่ละวัน ร่างกาย ของเราต้องการ พลังงาน มากกว่าแค่มาจากผัก ซึ่งอาจจะส่งผล ให้ร่างกายรับสารอาหารไม่พอด้วย การทาน อาหารให้ครบ 5 หมู่ จึงเป็นวิธีที่ดีต่อร่างกายเราที่สุดค่ะ

แยกมื้อใหญ่ๆ ให้เป็นมื้อเล็กมื้อน้อย การแบ่งอาหาร มื้อใหญ่ออกเป็นย่อยๆ ช่วยปรับปรุงระบบ การย่อยอาหาร และระบบ การเผาพลาญ ให้ดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้ลดความหิวโหย ระหว่างวันด้วย

อย่ากินเมนูเดิมซ้ำๆ การเลือกทำอาหารเอง เป็นเรื่องที่ดี และน่ายกย่องมากค่ะ แต่การซื้ออกไก่มาทีละเยอะๆ แล้วทำเมนูเดิมอยู่ซ้ำๆทุกวัน หรือกินแต่ วัตถุดิบเดิมๆทุกวัน ร่างกายอาจจะเบื่อได้นะคะ เพราะรับแต่ สารอาหารเดิมๆ อยู่ทุกวัน การปรับ พลิกแพลง เมนูบ่อยๆ ใส่ส่วนประกอบต่างๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ นอกจากจะได้อาหารคลีน รสชาติดีไม่น่าเบื่อแล้ว ยังช่วยให้ร่างกาย ได้รับ สารอาหารที่ หลากหลาย มากขึ้นด้วยค่ะ

การกินคลีน ไม่ได้เป็นเครื่องการันตี ว่าเราจะไม่อ้วน หลายคนคิดว่าอาหารคลีนนั้นดีต่อสุขภาพ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าเราทานมากๆ แล้วจะไม่อ้วน เพราะทุกอย่างที่เราทานเข้าไป ก็ถือเป็น พลังงานทั้งนั้น ดันนั้น ควรทานใน ปริมาณ ที่พอเหมาะ

เปลี่ยนประเภท ของขนมขบเคี้ยว เราไม่จำเป็น ต้องงด ของขบเคี้ยว แต่ควรเปลี่ยนชนิดของมัน เช่น พวกเฟรนฟราย ขนมที่เค็ม และมีผงชูรสมากๆ นอกจาก จะมีประโยชน์ ต่อร่างกายน้อยแล้ว ยังทำให้บวมน้ำอีกด้วย เปลี่ยนเป็นทานสาหร่ายอบกรอบ แบบไม่เค็ม ซุปร้อนๆที่ไม่ผ่านการปรุงมาก เนยถั่ว ทาขนมปังโฮลวีต โยเกิร์ต ผลไม้ที่อร่อย และไม่อ้วนอย่างพวก แอปเปิ้ลเขียว ชมพู่ ฝรั่ง ก็ช่วยให้เรากินคลีนได้มากขึ้น โดยไม่ต้อง อดพวก ขนมเลยค่ะ

ให้รางวัลกับ ตัวเองบ้าง ขนมหวาน ไม่ใช่ฆาตกร ถึงแม้ว่ามันจะอุดมไปด้วยแคลอรี่ แต่เราก็สามารถให้รางวัล กับตัวเองได้ เล็กๆน้อยๆ เพราะถ้าเรา ทำให้ตัวเองอดอยากมากไป เราจะตะบะแตกได้ง่าย แม้แต่นักเพาะกาย ที่กินคลีนสุดๆ นางแบบฟิตเนส ทุกคนก็ยังมี 1 มื้อ ใน 1 สัปดาห์ ที่สามารถ ทานของโปรดได้ อย่างที่เราเคยได้ยินว่า Cheat Day หรือบ้างคนเรียก Re-feed Day การให้รางวัลตัวเอง ไม่ได้มีผลแค่ทางจิตใจ แต่ยังมีผลถึงระดับการทำงานของร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้ การเติมความหวาน ให้รางกายอาทิตย์ละ 1 มื้อ ช่วยให้ระบบร่างกาย ไม่เกิด ความเคยชิน จนเกินไป ซึ่งมีผล ต่อการเจริญเติบโต ของกล้ามเนื้อ และการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน อย่างมาก

และนี้ก็เป็น แนวทาง ทริคง่ายๆ สำหรับคนเริ่มกินคลีน เพื่อนำไปปรับใช่ กับตัวเอง การทานคลีน จะได้ไม่ทรมาน ท้าทาย ตะบะเรามากจนเกินไปค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม : เจ้ากระทิง ไก่ชนสายเชิง
อ่านบทความเพิ่มเติม : ผลไม้ที่ช่วยลดน้ำหนัก แคลฯต่ำ ขับถ่ายคล่อง

กินคลีนลดน้ำหนัก โดยไม่ออกกำลังกาย

กินคลีนลดน้ำหนัก โดยไม่ออกกำลังกาย

วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์ การ กินคลีนลดน้ำห…